ลุงโอม
ลุงโอมเป็นเพื่อนนักวิ่งที่ผมเจอในการแข่งขัน Khaoyai 100k First Edition นั้นคืองานวิ่งที่ผมเจอลุงโอม เราเจอกันตอนที่เริ่มต้น Stage ที่ 2 เพราะผมต้องอาศัยไฟ Head lamp จากลุงโอม ลุงโอมเป็นนักวิ่งที่เก่ง มีระเบียบวินัยเป็นเลิศ เป็นที่รักและรู้จักของนักวิ่งมากมาย ผมให้คำนิยามได้ว่า สายอัลตร้าไม่มีใคร ไม่รู้จักลุงโอม
.
วันนี้ลุงโอมอนุญาตให้ผมได้ถ่ายทอดความรู้สึกจากการแข่งขัน Khaoyai 100k ครั้งแรกให้เพื่อนๆได้อ่านและติดตามกันครับ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่สนใจ การวิ่งระยะที่เกิน Full Marathon ถือว่าเป็นการท้าทายมากๆ ซึ่งผมเองก็ผ่านมันมาแล้ว ผมเชื่อว่าใครก็ทำด้ หากมีความตั้งใจ
.
ในเนื้อหาบทความนี้ของลุงโอมจะพูดถึง ตาว่าว ซึ่งนั้นก็คืออีกร่างหนึ่งของลุงโอม ซึ่งจะเป็นมุมที่มีนิสัยลุยๆห้าวของลุงนั้นเองครับ ฮ่าๆ
=================================
ขอเกริ่นนำก่อนน่ะครับ ผมเคยมีความฝันบ้าๆบอๆว่า ลุงแก่ๆอ้วนๆคนหนึ่งอยากจะวิ่งจบ 100 โล เพราะเห็นนักวิ่งหลายคนที่เป็นไอดอล และเพื่อเป็นการพิสูจน์จิตใจของตัวเอง หลังจากที่ใช้ชีวิตแบบไม่ดูแลตัวเองเลย ไม่มีการรักษาสุขภาพมาหลายปี มันก็เกิดคำถามมากมายขึ้นในหัวว่า คนอย่างมึงหรือจะทำได้ เพราะทำอะไรไม่เคยสำเร็จสักที ด้วยเหตุนี้เองผมเลยได้มาปรึกษาเพื่อนบ้าๆคนหนึ่ง (โค้ชต้อม) จอมป้ายยาจากระยะตั้งแต่ 10k 21k 42k และ100k ป้ายยาลุงหมดทุกระยะ นำซ้อมพร้อมกะทีมงาน น่าจะโดนป้ายยากันหมดฮ่าๆ
.
เข้าเรื่องดีกว่าครับ ก่อนการแข่ง เราศึกษาสนามเส้นทาง ระยะความชัน การโหลดการใช้พลังงานระหว่างแข่ง จังหวะรอบขา โซนหัวใจ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ อาการบาดเจ็บ วิธีแก้ไขอาการ ซ้อมแดดและซ้อมเนิน และสิ่งที่ขาดไม่ได้เรื่องเล่าจากประสบการณ์ของคนที่ผ่าน100โลมาแล้ว (พี่หมวย100โล)
.
สนาม 100k นี้ก่อนแข่งบอกได้เลยว่าตั้งใจมากเพราะเป็นสนามที่หวังมากๆจนกดดันตัวเองเหมือนกัน กลัวซ้อมไม่ถึง กลัวเจ็บก่อนแข่ง รวมทั้งกลัวติดงาน และกว่าจะลงตัวได้ก็เกือบไม่ได้ไป รวมทั้งมีอาการเจ็บไหล่ทั้งสองข้างด้วย ก่อนแข่งสองสามวันต้องหาหมอมานวดยอมไหล่ระบมทั้งสองข้าง อาการก่อนแข่งน่าจะพร้อมแค่ 75-80% งานปล่อยตัวตีสามก่อนนอนอัดยาไปชุดหนึ่งจะได้หลับ ผมตื่นมาช่วงตี 1.00 โหลดอาหารเพื่อสะสมพลังงาน  ดีน่ะปรับการนอนมาสองอาทิตย์แล้ว ตื่นมาข้าศึกบุกเลยปวดท้อง แต่งตัวออกมายืดเส้นนิดหน่อย
.
ลุงเสกและโค้ชได้คุยกันนิดหน่อยก่อนออกตัวว่าจะออกกันที่เพช 6.40 น่ะ ปล่อยตัวไป ลุงปล่อยให้ลุงเสกไปกะโค้ชเพช 6.00 น่าจะได้ ซึ่งลุงคิดว่ามันไวไป และถ้าไปตามเกมส์อาจจะแตกได้ พอวิ่งออกไปได้สักพักตาว่าวขอเปิดเกมส์ก่อน มาแบบบู้เลยกดเพชลงเห็นหลังลุงเสกกะโค้ชวิ่งคู่กันไปเงียบๆไม่คุยกันสัก 4-5 โล ตาว่าวก็ไม่คุยด้วยรวมถึงมีนักวิ่งผู้หญิงวิ่งมาประกบ เลยวิ่งตามประกบไปแซงลุงเสกกะโค้ชไปสักพักงานเข้าเอาแล้วฉุดตาว่าวไม่อยู่ตามสไตล์เขาเลยล่ะใจร้อนบ้าบิ่นมุทะลุจาก เพซ 6.40 กดไป 5.45-5.50 เลยทีนี้ 26โลเแรกตั้งเป้าไว้ 3.00 ชั่วโมง ซึ่งทางเป็นทางเรียบบวกเนินนิดๆ ผ่านหมู่บ้านหมาเห่าเกลียววิ่งไประแวงไปอากาศก็พอเย็นๆไม่มีลมก็วิ่งเคาะๆไป 26โลแรกเข้าจุดเช็คอินที่ โรงเรียนหนองขวาง มองดูเวลาตี  02.30 ชม ว่าแล้วจะรอดไหมมาไวกว่าเป้า 30นาทีเลย ลูกที่จะมา Support ก็ยังไม่มาจะเติมอาหารสักหน่อย ในใจคิดว่าเอาว่ะในเป้ยังมีอาหารอยู่ตัดสินใจออกมาจาก CP เลยแล้วค่อยมาเติมรอบหน้าล่ะกันรูทสองระยะทาง 23 โล เป้าหมายเดิมครับให้จบในระยะเวลา 3 ชั่วโมง ที่ไหนได้ตาว่าวเอาอีกแล้วหวดอีกแล้วรอบนี้เพซ  5.40-6.00 รูทสองจะเจอเนินขึ้นๆลงๆเหมือนโรลิ้ง Rolling เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงพร้อมกะทางดินแดงเป็นบางช่วงๆ ต้องคอยระวังดีๆขาเกือบพลิกเอาหลายที่ วิ่งไปคนเดียวเชิงหลอนๆหน่อยแต่ตาว่าวก็ไม่สนอยู่แล้ว รูทนี้วิ่งแบไปก็มีอาการละครับ เหมือนพลังงานจากอาหารไม่น่าจะพอ จนต้องตัดสินใจเติเจลไปสองซองซึ่งก็ไม่อยู่ ต้องเพิ่มด้วยกล้วยตากอีก 1 ขนมอีกอัน สักพักเริ่มจะดีขึ้นพอจะมีแรงขึ้นมาอีกนิด ใกล้ถึงโรงเรียนล่ะมองดูเวลารูทนี้ ใช้เวลาป 02.15 เฉลี่ยเพช 6.00 นิดๆ โชคดีหน่อยจบรู้ทนี้ ลูกสาวมาประจำที่จุด CP พร้อมเอาอาหารมารอแล้ว แบบนี้ก็จัดสิค่ะ ขนมปังโค้ก กล้วย นม จัดแบบเต็มที่ ลุงดูเวลารวม 04.45 ชมเร็วกว่าเป้าหมายที่วางไไว้ถึง 01.45 ชั่วโมง คิดในใจรีบออกดีกว่าเดี๋ยวจะเจอแดดรูทต่อไปโหดด้วยพักได้สักสองสามนาทีเดินออกมาเลยรออาหารย่อยสักกิโล ลูกสาวตะโกนบอกไล่หลังมาแว่วๆยังอยู่ในลำดับท๊อป 50 อยู่น่ะกดดันตาว่าวอีกแล้ว ฮ่าๆเดินออกจากโรงเรียนมาสักพักเห็นทางล่ะมีการไล่กันเกิดขึ้นระหว่างลุงโอมกะตาว่าวมึงไปได้แล้วตาว่าว ถ้ามึงอยู่ไม่จบ100แน่ๆดีน่ะที่ยอมไปง่ายๆงั้นงานนี้พัง (ตาว่าวมันมึน)

เหลืออีก 2 ด่านใช่ไหม หลังจากหมดหน้าทีตาว่าวแล้ว ลุงชิลล์ก็มาประจำการล่ะรูทสาม เลี้ยวจากโรงเรียนหนองขวางไม่ใช่แค่เนินแล้ว แต่มันเป็นภูเขาทั้งลูกเลยครับ ทิวสนกับต้นสักที่เรียงรายสวยงามมากแต่ซ่อนไว้ด้วยยาพิษ ลุงค่อยไต่ขึ้นเขามาทีล่ะนิดตามสไตล์ พร้อมกับมองหาตากล้อง ว่าแล้วเพียบแวะถ่ายรูปสักนิดเพราะรู้ว่าต่อไปจะเจออะไรเคยมาวิ่งงานแถวๆนี้ตอนต้นปียังจำติดตาติดใจไม่หาย ลุงวิ่งกว่าจะถึงยอดซึ่งเพซนันลดลงมาเรื่อยๆ แถมทางยังเป็นคอนกรีตบางช่วง พยายามประคองมาเพราะรูทนี้จะยาวกว่าทุกรูท แถมบางช่วงยังพึ่งราดยางมะตอยใหม่ๆด้วยเลยทำให้มีความร้อนระอุ ลุงค่อยๆปีนเขามาเรื่อยๆลัดเลาะสวนมะม่วงมาเรื่อยๆจนถึงโลที่ 65 ใช้เวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมงทะลุออกมาถนนใหญ่เลาะถนนมาเรื่อยๆแวะตามจุดให้น้ำที่มีเด็กๆ มายืนเชียร์ ทำให้ลุงได้กำลังใจขึ้นมานิดหน่อยพร้อมกะเอาฟองน้ำชุบน้ำราดหัว คิดในใจเอาให้จบรูทนี้ก่อนเที่ยงนะ น่ะจะได้ตามแผนที่ตั้งไว้เพราะสองรูทแรกตามันทำเวลามาดี

สักพักเลี้ยวจากถนนใหญ่วนกลับมาทางเดิมอีกแล้ว เขาลูกเดิมย้อนวิ่งกลับทางเดิมวิวสวยงามแต่โคตรทรมานจำไว้เลยวัดป่าภูหายหลงลุงเกือบหลงหายไปด้วยเลย แต่คิดในใจผ่านตรงนี้ไปทางลงตลอดเกือบ 3-4โลแต่ท่องไว้ในใจห้ามลงแรงเจ็บมาล่ะยุ่งเอาล่ะได้เล่นกะตากล้องอีกทีก่อนเลี้ยวเข้าโรงเรียน นึกในใจกูทำได้เกินระยะซ้อมแล้ว 78กิโล เข้าโรงเรียนเจอ (นัท)กะ(แม่) มาเชียร์ (กลัวลุงจะช็อคตายด้วยมั้ง) ลูกสาวบอกโค้ชเจ็บกลับโรงแรมแล้ว นึกในใจห้ามยอมแพ้น่ะลุงอีกนิดเดียวมองดูเวลาใช้เวลา 08.20 ชมล่ะ มาก่อนเป้าหมาย40นาที พักแปปเอาของในเป้ออกให้หมดบีบน้ำในถุงเก็บน้ำออกเกือบหมด เอาแต่เจลกะกล้วยตากซองไปเพราะสนามนี้จุดให้น้ำตรงเป๊ะทุกๆ 5 โล

ก่อนออกจากโรงเรียนลุงกินอาหารอีกเพื่อสะสมพลังงานต่อ เหลืออีก 22k เท่านั้น เริ่มต้น Stage สุดท้ายด้วยการเดินประมาณ 2 โล เพื่อรอให้อาหารย่อย และเป็นการช่วยลดระยะทางไปในตัว เอาล่ะโลที่ 80 เริ่มจ็อคเบาๆ ไปกับความคิดว่าในอีก 20โล กับเวลาอีกสัก 3 ชั่วโมงครึ่ง ลุงจะจบ Race นี้ภายใน 12 ชั่วโมง ตามเป้าหมาย ลุงวิ่งสบายๆ ท่ามกลางต้นไม้สีเหลืองอร่ามตาสวยจริงๆ แต่มีคนเคยบอกในความสวยมักมียาพิษ วิ่งไปได้สักกิโลที่ 85 มาแล้วอาการออกตะคริวเริ่มจะถามหา น่าจะเป็นจากที่เราโดนนวดขึ้นเขามาหลายๆครั้งในช่วงแรกๆ พร้อมกับทางคอนกรีตจากรูทที่แล้วด้วยมั่ง แถมไอ้ตาว่าวมันก็ดันเปิดตัวซ่ะแรงด้วยในสองรูทแรก ฮ่าๆ ลุงเริ่มเดินสักพักเพราะตะคริวกำลังมาแต่อาการก็ไม่ดีขึ้น แต่ลุงก็ไม่ยอมหยุดพักนะ คิดไว้อย่างเดียวว่าระยะทางมันจะลดลงเรื่อยๆถ้าเราเดินโดยไม่หยุด ตอนนี้เองคนที่ตามหลังมาแซงไปทีล่ะคนสองคนนับได้ประมาณ 5-6คน ตอนนี้เองลุงก็มองหาแต่ธงสีส้มๆ เจอล่ะโลที่ 90 พอดี จุดให้น้ำตรงนี้ลุงเจอสตอเบอร์รี่ จัดสิครับรออะไร เติมน้ำตาลหน่อย พร้อมอัดยาพ่นไปอีกที อาการเริ่มดีขึ้นเดินสลับจ๊อค (200เมตร /100 เมตร ) สักพักอาการเริ่มดีขึ้นเริ่มมาอีก จ๊อคได้เยอะขึ้น ( 300เมตร/200เมตร) ท่องระยะเดินสลับจ๊อคมาเรื่อยๆที่ล่ะโล จนมาถึงจุดให้น้ำสุดท้ายที่ 95 โล เดินออกจากจุดให้น้ำมาเอาว่ะอีกนิดเดียวถึงฝันล่ะเริ่มวิ่งได้มากกว่าเดิม ผ่านทุ่งทานตะวันจะดูดอกสักหน่อยก็ไม่มีเวลาแล้ว เคาะมาเรื่อยๆเหลือ 4โล เหลือ 3โล เหลือ 2 โล ทำไมไกลแท้ว่ะโลสุดท้าย เห็นธงสีส้มล่ะลุงแวะสักนิดเสริมหล่อหน่อยใส่ผ้าโพกหัวแต่งตัวสักหน่อยเดี๋ยวไม่หล่อก้มดูนาฬิกาเวลารวม 11.15.00 ชั่วโมงล่ะเกินเป้าหมายเยอะ อีกโลหนึ่งจ๊อคเรื่อยๆพร้อมเหลียวหลังมีคนตามมาไหมว่ะเผื่อวิ่งหนีทัน

200 เมตรสุดท้ายลุงค่อยๆ จ๊อคเข้าอย่างหล่อๆ เวลารวม 11.22.27  ลุงทำได้แล้วเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลย พร้อมตะโกนสะใจหน้าเส้นแด่ความสำเร็จนี้เป็นของขวัญปีใหม่ให้ตัวเองเป็นระยะเวลาเกือบหนึ่งปีเต็มที่ลุงพยายาม ไม่ว่าจะโดนด่า หรือโดนว่า โดนคำนินทา หรือคำชมก็มีบ้าง เขาอาจจะมองว่าเป็นไอ้ลุงบ้าๆ นี่ไงลุงให้คำตอบพวกเขาแล้ว ลุงขอบคุณคำดูถูกของบางท่านเพราะมันคือแรงผลักดันให้ลุงทำสำเร็จ หรือเขาอาจจะดูถูกเราเพราะอยากที่จะกระตุ้นระเบียนวินัยของเรานะ อย่างไรก็ตามลุงขอขอบคุณทุกๆท่านจากใจจริงครับ

ทริคเล็กๆ**ขวดน้ำเย็นๆที่ถือเอาไว้นาบขาเวลาเป็นตะคริวมันอาจจะช่วยได้ นาฬิกาการ์มิน 235 อยู่ได้แค่ 8 ชม ที่เหลือใช้เพาวเวอร์แบงค์ชาร์จแบตถึงอยู่รอดนาฬิกาลุงใส่สองเรือนน่ะ

By somchai

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *