Energy Gel (เจลให้พลังงาน) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมพลังงานที่นักวิ่งนิยมใช้กันอย่างมาก เจลให้พลังงานถูกออกแบบมาเพื่อให้ร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตอย่างรวดเร็ว ระหว่างการออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ใช้พลังงานสูง เช่น การวิ่ง เนื้อสัมผัสของเจลจะมีลักษณะเป็นของเหลวข้นหรือเจลหนืดไม่เหนียวจนเกินไปเพื่อให้กลืนง่าย บางยี่ห้ออาจมีเนื้อบางเบาคล้ายไซรัป โดยเจลนั้นจะมีการบรรจุเป็นซองขนาดเล็กพกพาง่าย บางยี่ห้อมาในรูปแบบขวดเล็กที่สามารถบีบออกมาได้ ส่วนใหญ่จะออกแบบให้ฉีกง่าย เพื่อให้ใช้งานสะดวกระหว่างการวิ่ง ในปัจจุบันเจลให้พลังงานนนั้นจะมีรสชาติ มีหลากหลายรส เช่น ส้ม เลมอน เบอร์รี่ ช็อกโกแลต หรือกาแฟ บางยี่ห้อมีรสหวานมาก ในขณะที่บางยี่ห้อเน้นรสธรรมชาติ บางแบรนด์เพิ่มเกลือหรืออิเล็กโทรไลต์เพื่อช่วยชดเชยเกลือแร่ที่เสียไป ขนาดทั่วไปของเจลต่อซองหรือต่อหน่วยการกินจะปริมาณ 20-40 มล. และให้พลังงานประมาณ 80-150 กิโลแคลอรี
ส่วนผสมหลักๆของ Energy Gel ก็จะมีดังนี้ครับ
1. อิเล็กโทรไลต์ (โซเดียม, โพแทสเซียม) ช่วยรักษาสมดุลของเหลว
2. คาเฟอีน (บางยี่ห้อ) ช่วยเพิ่มความตื่นตัว
2. BCAA หรือกรดอะมิโน ลดความล้าของกล้ามเนื้อ
4. วิตามินบางชนิด เช่น วิตามินบี ช่วยเสริมการเผาผลาญ
5. คาเฟอีน (บางยี่ห้อ) – เพิ่มความตื่นตัวและลดความเหนื่อยล้า
6. คาร์โบไฮเดรต – ส่วนใหญ่เป็นกลูโคส ฟรุกโตส หรือมอลโทเด็กซ์ตริน ที่ร่างกายสามารถดูดซึมและเปลี่ยนเป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็ว
แล้ว Energy Gel จำเป็นสำหรับนักวิ่งประเภทไหนบ้าง นักวิ่งทุกคนจำเป็นต้องใช้ไหม สำหรับตัวผมเองการที่จะต้องใช้เจลให้พลังงานนั้นต้องดูว่าเราคาดหวังกับการวิ่งมากแค่ไหน สำหรับการแข่งในระยะ 5k นั้นผมจะไม่ใช้เลย หรือบางครั้งในระยะ 10 k ผมก็ไม่ใช้ แต่ถ้านักวิ่งคนไหนกำลังที่จะลงแข่งในสนามที่คาดหวังเวลาและสถิติก็อาจจะจำเป็นต้องใช้ครับ
1. นักวิ่งระยะยาว (ตั้งแต่ 10K ขึ้นไป)
– เช่น ฮาล์ฟมาราธอน (21.1K), มาราธอน (42.195K), อัลตร้ามาราธอน
– ช่วยเติมพลังงานเมื่อร่างกายเริ่มขาดไกลโคเจน (หลังวิ่งเกิน 60-90 นาที)
2. นักวิ่งที่ต้องการประสิทธิภาพสูง
– เช่น นักวิ่งแข่งที่ต้องการรักษาความเร็ว
– นักวิ่งเทรลที่เผาผลาญพลังงานมากเนื่องจากเส้นทางขรุขระ
3. คนที่วิ่งแล้วรู้สึกหมดแรงกลางทาง
– หากเคยเกิดอาการ “ฮิตกำแพง” (Hit the Wall) จากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
Energy Gel ไม่จำเป็นสำหรับใคร?
นักวิ่งระยะสั้น (5K หรือ 10K ในเวลาสั้นๆ)
คนที่วิ่งเพื่อสุขภาพแบบไม่หนักมาก
คนที่สามารถกินของแข็งได้ระหว่างวิ่ง (เช่น กล้วย, ขนมปัง)
วิธีใช้ Energy Gel อย่างถูกต้อง
– เวลากิน*: ทุก 45-60 นาที ในระยะวิ่งยาว
– ต้องดื่มน้ำตาม* เพื่อช่วยการดูดซึมและป้องกันท้องอืด
– ทดลองก่อนแข่ง* เพื่อดูว่าท้องไม่เสีย
ทางเลือกอื่นนอกเหนือจาก Energy Gel
– เครื่องดื่มเกลือแร่* (สำหรับนักวิ่งที่เหงื่อออกมาก)
– กล้วยหรืออินทผลัม* (ให้พลังงานธรรมชาติแต่ย่อยช้ากว่า)
– เจลี่หรือลูกอมนักกีฬา*
สรุปว่า Energy Gel ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย สะดวก และดูดซึมพลังงานได้รวดเร็ว เหมาะกับนักกีฬาและผู้ที่ต้องการพลังงานอย่างต่อเนื่องระหว่างออกกำลังกาย